รู้ไหมว่าฮาร์วาร์ดไม่ได้มี List ตายตัวนะว่าเราต้องทำกิจกรรมอะไรบ้างถึงจะสอบติด และการเข้าร่วมชมรมเยอะๆ ก็ไม่ได้แปลว่าพอร์ตเราจะดูดีกว่าคนอื่นเสมอไป
สิ่งที่ฮาร์วาร์ดสนใจจริงๆ คือ "เราทำอะไรกับความสนใจนั้นอย่างต่อเนื่อง" กิจกรรมนอกเวลาเรียนมันเป็นไปได้ทุกอย่างเลย ไม่จำเป็นต้องไปแข่งโอลิมปิกวิชาการ ทำวิจัยระดับประเทศ หรือเป็นประธานนักเรียนเท่านั้น จะเล่นกีฬา เล่นดนตรี ทำงานพาร์ทไทม์ ช่วยรับผิดชอบงานที่บ้าน ทำงานศิลปะ หรือเป็นอาสาสมัครในชุมชนก็เอามาโชว์ได้หมด แค่ให้เห็นว่าเราใช้เวลานอกห้องเรียนทำอะไรที่มีประโยชน์บ้าง
ถ้ามีเวลาเตรียมตัวหลายปี ทริคที่ดีที่สุดคือ "ลองให้เยอะในปีแรกๆ แล้วค่อยๆ เจาะลึกในสิ่งที่ชอบทำจริงๆ"
ขั้นตอนการทำกิจกรรมในแต่ละช่วงชั้น ม.1 - ม.6:
- ม.1 - ม.2: ช่วงลองของ ลองทำอะไรใหม่ๆ ให้กว้าง ทั้งกีฬา เขียนโค้ด ดนตรี ศิลปะ หรืออะไรก็ได้ที่เราสนใจจริงๆ
- ม.3: คัดเน้นๆ กิจกรรมไหนที่ทำแล้วมีความสุขก็ลุยต่อ อันไหนไม่ใช่ก็หยุดได้ ไม่ต้องเปลี่ยนใหม่ไปเรื่อยๆ
- ม.4: เริ่มเอาจริงเอาจังกับสิ่งที่ชอบ เช่น เข้าทีมกีฬา ทำโปรเจกต์ หรือแข่งขัน เพื่ออัปสกิลให้เก่งขึ้น
- ม.5: สร้างผลงาน ขยับจากการแค่เข้าร่วม มาเป็นการสร้างสรรค์ ตีพิมพ์ผลงาน จัดงานวิชาการ หรือรับผิดชอบโปรเจกต์ที่มีคุณค่า
- ม.6 เทอมแรก: เจาะลึก โฟกัสแค่ 2-4 กิจกรรมที่เราถนัดสุดๆ หากิจกรรมที่ท้าทายขึ้น สร้างผลลัพธ์ที่วัดผลได้ และโชว์ความเป็นผู้นำ
- ม.6 เทอมสอง: พร้อมโชว์ของ เอาผลงานที่สะสมมาจัดเรียงและนำเสนอให้ปัง หลีกเลี่ยงการเพิ่งมาปั่นโปรเจกต์ลวกๆ เอาตอนจะยื่นพอร์ตนะจ๊ะ
ต้องทำวิจัย แข่งโอลิมปิก หรือต้องทำกิจกรรมเพื่อสังคมหนักๆ เลยไหม?
- ไม่จำเป็นครับ ถ้าเป็นเด็กสายวิทย์ อยากทำวิจัยก็ทำได้ แต่ไม่ใช่ว่าทุกคนต้องทำถึงจะสอบติด การทำกิจกรรมเพื่อสังคมหนักๆๆ ก็ไม่ได้ดูดีไปกว่าการเป็นอาสาสมัครแบบตั้งใจและทำอย่างต่อเนื่อง สม่ำเสมอนะจ๊ะ เอาจริงๆ คนที่ทำงานพาร์ทไทม์มา 3 ปีต่อเนื่อง หรือคอยดูแลรับผิดชอบครอบครัว อาจจะดูมีความรับผิดชอบและมุ่งมั่นมากกว่าคนที่มีตำแหน่งยาวเหยียดแต่ไม่ได้ลงมือทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลย คำถามสำคัญคือ กิจกรรมนั้นช่วยให้เรามีความรับผิดชอบมากขึ้น มีความเป็นผู้ใหญ่มากขึ้นขึ้น หรือสามารถสร้างผลกระทบดีๆ ให้กับคนอื่นหรือสังคมได้หรือเปล่า
กิจกรรมที่เราทำต้องตรงกับคณะที่เราจะเข้าตรงๆ เลยไหม?
- อาจจะไม่ใช่ทั้งหมดครับ แต่ถ้ามันตรง มันจะช่วยให้โปรไฟล์เราดูชัดเจนขึ้น เช่น อยากเรียนคอม เราก็ทำโปรเจกต์ซอฟต์แวร์ Programming หรือที่เกี่ยวกับคอม อยากเรียนเศรษฐศาสตร์ก็ไปแข่งตอบปัญหา วิเคราะห์ข้อมูล แต่ก็ไม่ได้แปลว่าทุกกิจกรรมในพอร์ตต้องเป็นเรื่องเดียวกันหมด เราอยากเรียนประวัติศาสตร์แต่จะเล่นดนตรีหรือทำกิจกรรมอย่างอื่นด้วยก็ได้ เพราะทักษะหรือกิจกรรมต่างๆ ช่วยเราได้ทั่งทางตรงและทางอ้อมครับ
ปริมาณ vs คุณภาพ เอาอะไรดี?
คุณภาพชนะขาดลอยครับ! ทำกิจกรรมเน้นๆ ปังๆ แค่ 3 อย่าง ดูดีกว่ามีชื่ออยู่ 10 ชมรมหรือกิจกรรม แต่ไม่ได้ทำอะไรลึกซึ้งหรือทุ่มเทเลย แทนที่จะหากิจกรรมมาถมให้เต็มพอร์ต ลองถามตัวเองดูว่า:
- เราทำมันมานานแค่ไหน?
- เราได้รับความรับผิดชอบเยอะขึ้นไหม?
- เราสร้างผลงานอะไรเป็นชิ้นเป็นอันบ้าง?
- มีใครได้ประโยชน์จากสิ่งที่เราทำไหม?
- เราอธิบายได้ไหมว่าทำไมกิจกรรมนี้ถึงมีความหมายกับเรา?
กฎเหล็กง่ายๆ สำหรับวัยรุ่น ม.ต้น - ม.ปลาย นะจ๊ะ
อย่าเริ่มเตรียมตัวด้วยคำถามที่ว่า "ฮาร์วาร์ดอยากได้เด็กแบบไหน?"
แต่ให้เริ่มจากคำถามที่ว่า "เราตั้งใจและทุ่มเทกับอะไรมากพอที่จะทำมันไปเรื่อยๆ ได้เอง โดยไม่ต้องมีใครมาบังคับ?"
จำไว้ว่า ม.ต้น คือช่วงค้นหาตัวเอง ม.ปลายปีแรกๆ คือการลงมือทำต่อเนื่อง และปีสุดท้ายคือการโชว์ผลลัพธ์ การเตรียมตัวเข้าฮาร์วาร์ดหรือมหาลัยท็อปๆ จะเวิร์กที่สุดเมื่อกิจกรรมมันเติบโตมาจากความอยากรู้และความตั้งใจจริงของเรา ไม่ใช่แค่ผักชีโรยหน้าเอาตอนจะยื่นใบสมัครครับ!
ขอให้น้องๆ ทุกคน โชคดี นะจ๊ะ!
